East Sea of Love

posted on 20 Mar 2009 14:55 by fasai777

                                                   

                                               

1.     วันวานยังหวานอยู่….

 

 

การเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ มักเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเสมอ    เช่นเดียวกับการย้ายมาอยู่ที่โซลของเด็กอย่างผม  ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทยตั้งแต่อายุ 5 ขวบ  และย้ายกลับมาโซลตอนอายุ11 ปี  ทำให้ผมไม่คุ้นกับอากาศที่หนาวเย็นจับใจ พอๆกับผู้คนแปลกหน้าที่อยู่รอบตัว    ที่พร้อมจะคอยหัวเราะภาษาเกาหลีที่ไม่แข็งแรงของผมอยู่บ่อยครั้ง     และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ผมไม่ค่อยชอบที่นี่  เพราะพวกเค้าทำให้ผมรู้สึกแตกต่าง...

จำได้ว่า...ผมมีความสุขมากแค่ไหนตอนที่อยู่กับคุณยายและคุณตาที่เมืองไทย….  บ้านของเราอยู่ใกล้กับท้องทะเลสีคราม  ที่นั่น..ผมมีเพื่อนมากมายต่างจากที่นี่..ลึกๆในใจผมรู้สึกเหงา..สิ่งแวดล้อมทำให้นิสัยของผมเปลี่ยนไป…..จากเด็กผู้ชายที่ร่าเริงยิ้มง่าย  กลับกลายเป็นเด็กผู้ชายที่เก็บตัวเงียบ  พูดน้อยและดูเย็นชาสิ่งเหล่านี้คือเกราะป้องกันตัวเอง ที่ผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมา

จนวันเกิดครบรอบอายุ 13 ปีของผม ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อเธอก้าวเข้ามา..............

“ ทงเฮ..ตื่นได้แล้วลูก! วันนี้เราต้องไปสนามบินกันนะ                 เดี๋ยวไปไม่ทันกันพอดี ”

เสียงของแม่ดังซะจนผมต้องตื่น  ทั้งที่ยังง่วงนอนอยู่เลย -_- ZZZ

“ คร๊าบบบบบ...เกือบตื่นแล้วฮะคร่อกฟี่ๆๆ --

 

ณ สนามบินอินชอน

 

“ เฮ้! นารา ทางนี้ๆ ”

เสียงของอึนยองดังขึ้นเมื่อร่างของผู้หญิงคนนึงเดินออกมาจากช่องผู้โดยสารขาเข้า ทันทีที่ทั้งคู่พบกัน    ต่างก็โผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ

“ อึนยอง นี่ไง..อึนเฮ ลูกสาวของเรา..... 

นาราพูดพร้อมกับจูงมือเด็กสาวคนนึง..ที่ยืนยิ้มอยู่ข้างหลังเธอ     ทงเฮและอึนยองหันไปมองที่เด็กสาวคนนั้นแทบจะทันที เด็กสาวยิ้มทักทายอย่างเป็นมิตร เธอช่างเป็นเด็กสาวที่ดูน่ารักมาก ดวงตากลมโต มีผิวที่ขาวใสละเอียด ผมยาวสลวยสีดำขลับ และมีรอยยิ้มที่สดใสบริสุทธิ์

ในความคิดของผมอึนเฮเป็นเด็กผู้หญิงที่ดูน่ารักที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา….รอยยิ้มของเธอมันทำให้โลกที่มืดมนดูสดใสขึ้นมาทันที ไม่รู้สิ...เหมือนผมต้องมนต์สะกดยังไงยังงั้น.. ผมรู้สึกถูกชะตากับเธออย่างบอกไม่ถูก..ในสายตาของผม..เธอเหมือนนางฟ้าเลยละ >///<

“ นี่เหรอ...อึนเฮของเรา หนูทั้งสวยและน่ารักมากๆเลย ”

“ อึนเฮจ๊ะ..ทักทายคุณป้าอึนยองหน่อยสิจ๊ะลูก ”

“ สวัสดีคะคุณป้า ”

 

แม่จ้องมองไปที่อึนเฮอย่างอ่อนโยนและโผเข้ากอดเธอแน่น น้ำเสียงของแม่เหมือนคนกำลังจะร้องไห้ด้วยความดีใจที่ได้พบกัน…..มันทำให้ผมแปลกใจ....แม่ทำราวกับว่ารู้จักอึนเฮมานาน

 

“ อึนยอง..นั่นใช่ทงเฮลูกชายของเธอรึเปล่า ? ” นาราหันมามองทางทงเฮ ที่ยืนอยู่ข้างๆอึนยอง

“ อ๊ะ!...โทษทีนะ มัวแต่ดีใจ..จนลืมแนะนำลูกชายให้รู้จัก             นี่..ทงเฮลูกชายของฉัน  ที่เล่าให้เธอฟังไง ”

อึนยองเดินมาจับที่บ่าของลูกชาย  และบอกให้เค้าทักทายทำความรู้จักกับนาราและอึนเฮ

“ อืม...โตเป็นหนุ่มน้อยแล้วสินะ หน้าตาหล่อเชียว สงสัยอีกไม่นานคงมีสาวๆมาตามจีบแน่ๆ ”

 

คำพูดของป้านารา  ทำให้ผมรู้สึกเขิน ทำอะไรไม่ถูก นอกจากส่งยิ้มเป็นการตอบรับ แต่ผมแอบเห็นอึนเฮหัวเราะเบาๆตอนที่แม่ของเธอพูดอย่างนั้น...มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกเขินหนักกว่าเดิมซะอีก >///<

ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถที่แม่ผมเป็นคนขับ  มีป้านารานั่งข้างหน้าคู่กับแม่ ส่วนเบาะหลังก็เป็นผมและอึนเฮ..ตอนนี้ผมไม่ต่างจากคนใบ้เลย >///<

แม่กับป้านาราก็คุยอะไรต่อมิอะไรมากมายตามประสาเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน  และหนึ่งในบทสนทนานั่นที่ผมได้ยินชัดเจนก็คือ..

“ นารา เธอจะค้างที่โซลกี่วันเหรอ? ”

“ อืม..ยังไม่แน่ใจนะ ตั้งใจจะไปเยี่ยมครอบครัวที่เกาะเชจู สัก2 อาทิตย์ ส่วนอาทิตย์สุดท้ายก็คงจะกลับมาทำธุระที่โซลให้เสร็จ แล้วคงจะกลับเลย ”

“ เธอถามทำไมเหรอ? ”

“ พอดีช่วงนี้   ทงเฮปิดเทอมน่ะ  ก็เลยคิดว่าอาจจะพาเค้าไปเที่ยวที่เกาะเชจู ”

“ จริงเหรอ? งั้นพวกเธอก็ไปพักที่บ้านฉันด้วยกันสิ ”

“ ไม่เอาดีกว่า..รู้สึกเกรงใจ  เดี๋ยวฉันจะพักที่โรงแรมก็ได้”

“ ไม่ต้องเกรงใจเลย      ดีออก..อึนเฮจะได้มีเพื่อนเล่นด้วย       ถ้าเธอไปถึงเชจูแล้วไปพักที่อื่นฉันจะโกรธเธอแน่ๆ”

“ ขอบใจมากนะ..นารา   เธอดีกับฉันมาตลอดเลย ” 

“ ไม่เป็นไร  เราเป็นเพื่อนกันนี่นา ^-^  

“ นี้ก็ใกล้ถึงวันเกิดของทงเฮแล้วด้วย  เดี๋ยวเราไปฉลองวันเกิดกันที่เกาะเชจูเลยดีมั้ยทงเฮ? ”

 

    อึนเฮส่งเสียงไปถามลูกชายที่นั่งเงียบสนิทอยู่ที่เบาะด้านหลังผมที่กำลังนั่งตัวเกร็ง..เพราะไม่รู้จะชวนอึนเฮคุยอะไรดี   เมื่อได้ยินที่แม่ถามผมก็ได้แต่พยักหน้าเป็นการตอบรับ

ตอนนั้นผมรู้สึกได้ว่าอึนเฮหันมามองทางผม ผมจึงหันไปยิ้มให้เธอ    และเธอก็ยิ้มตอบ…^-^

 

“ ทงเฮ...ปีนี้ครบรอบวันเกิดอายุเท่าไหร่ของนายเหรอ? อึนเฮถามผมด้วยท่าทีสนใจ ”

“ อืม..ปีนี้ก็ครบ 13 ปี พอดี ”

“ เอ...ถ้างั้นนายก็อายุน้อยกว่าฉัน 2 ปีสินะ อืม..ต่อไปฉันจะ เรียกนายว่า  น้องชาย ..ตกลงมั้ย? ”

“ ก็ได้ครับ...งั้นผมก็ต้องเรียกอึนเฮว่า “ พี่อึนเฮ ” สินะ ”

 

เธอยิ้มพร้อมกับพยักหน้าเป็นการตอบรับ  แต่ลึกๆในใจของผม..กลับไม่รู้สึกยินดีที่ได้รู้ว่าตัวเองอายุน้อยกว่าเธอเลยผมอยากให้ตัวเองแก่กว่าเธอสัก 1 ปี  หรืออย่างน้อยก็อายุเท่ากัน 

 

มันคงทำให้ผมรู้สึกดีกว่านี้...จริงๆนะ  เพราะเธอดูบอบบาง..จนทำให้ผมรู้สึกอยากที่จะปกป้องเธอ….มากกว่าที่จะให้เธอมาปกป้องผม           เพียงเพราะว่าผมเด็กกว่า….และเตี้ยกว่าเธอแค่นิดเดียวเท่านั้นเอง….

( ขอย้ำ! ….แค่นิ๊ดดดเดียวจริงๆนะ -3-  )           

 

ที่บ้านครอบครัวนาราบนเกาะเชจู...

 

                เวลาผ่านไปเร็วมากเหมือนผมและครอบครัวเพิ่งจะมาเที่ยวที่นี่ได้ไม่นาน อ่าช่วงเวลาแห่งความสุขมันมักสั้นเสมอเหลืออีกแค่ 2 วัน พวกเราก็จะต้องเดินทางกลับโซลกันแล้ว แค่คิดก็ใจหาย  ตลอดเวลาที่อยู่บนเกาะเชจูทั้งสนุกและมีความสุขมากพี่อึนเฮทำให้ผมรู้สึกอย่างนั้นการได้มาเที่ยวพักผ่อนในครั้งนี้

มันทำให้ผมรู้จักพี่อึนเฮมากขึ้น..เด็กผู้หญิงที่ดูบอบบางน่ารัก..           (ที่ผมเคยประทับใจ ในครั้งแรกที่พบกัน..) แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย(พี่อึนเฮน่ะเหรอ..เป็นอะไรได้มากกว่าที่ผมคิด…-_-; )  แต่นั่นก็ทำให้ผมรู้สึกชอบพี่อึนเฮมากขึ้นยิ่งกว่าเดิมซะอีกแทบไม่อยากคิดถึงเวลาที่พวกเราต้องจากกันเลยผมคงเศร้ามาก

 

“ ทงเฮ!  ตื่นได้แล้ววววววววววววววววววววว  เร็วเข้าสิ!

“ อืมมมมมมมม..ยังเช้าอยู่เลย ขอนอนต่ออีกนิดนะ-_-ZZZ

“ ก็ได้ๆ ไม่ตื่นใช่มั้ยยยยดีล่ะ  งั้นนายต้องโดนแบบนี้…..หึหึ ”

อึนเฮยืนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนที่จะใช้ร่างทั้งร่างของเธอ     กระโดดเทคตัวราวกับว่าเธอเป็นนักมวยปล้ำมืออาชีพทับไปยังร่างเป้าหมาย..ซึ่งอยู่ใต้ผ้าห่มของลีทงเฮ    ที่ตอนนี้กำลังหลับใหลอย่างมีความสุขแต่มันคงไม่สุขอีกต่อไปแล้ว

 

“ อั๊ก!...โอ้ย!    พี่อึนเฮ..ผมเจ็บน๊า ! พี่จะฆ่าผมหรือไงเนี้ยยยยยยยย T0T

“ นายก็ตื่นสักทีสิ!…อย่าทำให้พี่ต้องออกแรงแต่เช้านะ.. รู้มั้ยมันเหนื่อยมากกกกก…. -O-

“ โหพี่แค่เหนื่อย     แต่ผมสิกระดูกแทบหัก -_- ++

  เอาน่า! นายน่ะ..รีบๆไปอาบน้ำได้แล้ว  วันนี้เราจะไปเที่ยวที่ ซองซานอิลชูบงกัน ”

“ ไอ้ซองซานอิลชูบงเนี่ย มันคืออะไรเหรอพี่…?   คิ้วของทงเฮผูกเป็นปมด้วยความสงสัย

“ เดี๋ยวนายก็รู้เองเจอกันข้างล่างนะ  ” ไม่ทันที่ทงเฮจะได้ถามอะไรต่อ  อึนเฮก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว

           ณ ซองซานอิลชูบง..

 

“ ที่แท้ซองซานอิลชูบง มันก็คือ..ยอดปล่องภูเขาไฟนี่เอง -_-

ทงเฮมองไปรอบๆตัว  เค้าได้คำตอบที่ต้องการแล้ว

 

“ แล้วก่อนหน้านี้..นายคิดว่ามันคืออะไรละทงเฮ?

“ ถ้าผมบอกไป..พี่ห้ามหัวเราะเยาะผมนะ >///<  

“ ก็ได้ๆ  พี่จะไม่หัวเราะนายแน่นอน บอกมาสิ

“ เออที่แรกผมคิดว่ามันคือชื่อของยอดนักรบในสมัยก่อนของเกาหลี อะไรทำนองนั้นน่ะ 

“ ยอดนักรบงั้นเหรอฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ ^O^ 

“ ไหนพี่บอกว่าจะไม่หัวเราะไง…-__- +++  

“ อ๊ะ! โทษทีทงเฮ แต่ว่าฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 

แล้วคนหัวเราะก็ไปวิ่งหนีเอาตัวรอดพร้อมกับร้องตะโกนเสียงดังล้อเลียนคนที่ถูกหัวเราะ

“ ซองซานอิลชูบง  คือยอดนักรบๆๆๆๆ 

“ หยุดเดี๋ยวนี้นะ!...พี่อึนเฮจะหนีไปไหน!  

  ผมขอถอนคำพูดที่เคยบอกว่าพี่อึนเฮเป็นเหมือนนางฟ้า….. เพราะตัวจริงของพี่อึนเฮน่ะคือ“ ยัยตัวร้าย” ในคราบนางฟ้าชัดๆTOT

                และแล้วบทสนทนาก็จบลง..ด้วยศึกสงครามระหว่างยอดนักรบทั้งสองที่กำลังวิ่งไล่ตีกันอย่างสนุกสนานไปตามถนนที่พาไปสู่ยอดปล่องภูเขาไฟที่กว้างใหญ่แต่สงครามครั้งนี้กลับไม่สงบลงง่ายๆ เมื่อทงเฮวิ่งเซถลาไปชนเด็กหนุ่มอีกคนที่อยู่ใกล้ๆ  เรื่องวุ่นวายจึงเกิดขึ้น….

 

“ อ๊ะ! ขอโทษนะ    ทงเฮรีบหันไปกล่าวคำขอโทษทันทีที่เค้าเซถลาไปชนใครบางคนเข้า แต่เรื่องกลับไม่จบ..เมื่อเด็กหนุ่มคนนั้นกลับหันมาผลักทงเฮจนล้มลงไปกับพื้น  ด้วยท่าทางไม่พอใจ….

อะไรกันวะ! ไอ้หมอนี้  อย่างนี้มันหาเรื่องกันชัดๆ ตัวใหญ่กว่านิดหน่อย คิดว่าคนอย่างผมจะกลัวงั้นเหรอ..ไม่มีทางซะหรอก

                ทงเฮรีบลุกขึ้นยืนและมองจ้องฝ่ายตรงข้ามอย่างเอาเรื่องเช่นกัน   ขณะที่ศึกมวยสะท้านโลกกำลังจะเกิดกรรมการจำเป็นอย่างอึนเฮก็  วิ่งสู้ฟัด..เข้ามาห้ามมวยคู่เอกเอาไว้ได้ทันท่วงทีแบบเส้นยาแดงผ่าแปดก่อนจะเกิดภูเขาไฟระเบิดปะทุแดงแดด ณ ยอดปล่องภูเขาไฟเกือบกลายเป็นตำนานศึกยอดนักรบ  แห่งซองซานอิลชูบง

 

“ หยุดนะ!พวกนายจะทำไรกัน? จะตีกันงั้นเหรอ

“ ทงเฮ! บอกพี่มาสิว่าเกิดอะไรขึ้น ห้ามโกหกนะ ”

 

อึนเฮมองจ้องหน้าเด็กผู้ชายร่างสูงกว่าที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่พอใจก่อนที่จะหันกลับมาคาดคั้นเอาความจริงกับทงเฮ    สีหน้าที่มองมาทางทงเฮเหมือนจะบอกเป็นนัยๆว่า..ไม่ต้องกลัวไอ้หมอนั่นนะ..เพราะนายมีพี่สาวเป็นซุปเปอร์เกิร์ลอยู่ทั้งคนอะไรประมาณนั้น-_-;

                ให้ตายสิ! ผมควรดีใจหรือเสียใจกันแน่ที่พี่มาช่วยผม  นี่มันเรื่องของศักดิ์ศรีลูกผู้ชายชัดๆ น่าอายชะมัดเลย ไอ้หมอนั่นคงจะดูถูกผมไปแล้วแน่ๆ  ผมอยากจะร้องไห้พี่คร๊าบบบบผมควรเป็นฝ่ายปกป้องพี่ไมใช่ให้พี่ต้องมาปกป้องผมแบบนี้ T-T

“ คือว่า..ผมเซไปชนไอ้หมอนี่ แต่ผมก็ขอโทษแล้วนะ ”

“ ในเมื่อน้องชายฉันก็ขอโทษแล้ว..ก็น่าจะจบได้แล้วนะ    เพราะเค้าก็ไม่ได้ตั้งใจจะชนนายจริงๆนี่น่า..พี่ชาย ”

 

ไอ้หมีควายนั่น พอมันเห็นหน้านางฟ้าแสนสวยอย่างพี่อึนเฮ  ก็เปลี่ยนทีท่าในทันที..เห็นแล้วหมั่นไส้ชะมัด! นายไม่มีสิทธิ์มาจ้องมองพี่อึนเฮของฉันนะ!

 

“ พี่จะเห็นแก่ความสวยน่ารักของน้องสาว    ไม่ถือสาเอาความไอ้เปี๊ยกนั่นก็ได้ว่าแต่น้องสาวมีแฟนหรือยังจ๊ะ ”

 

                นั่นคือคำพูดโสโครกๆ จากปากไอ้หมีควายบ้ากามนั่น ที่ทำเอาผมโมโหจนแทบทนไม่ไหวแกกล้าดียังไง มาเรียกฉันว่าไอ้เปี๊ยกวะ! แถมยังกล้าเอาหน้าตาอย่างกับหมูตกมันแบบนั้นมาจีบพี่อึนเฮของฉัน ผ่านศพลีทงเฮคนนี้ไปก่อนเถอะไอ้หมีควายลูกผสมหมูตกมัน!    

                   

“ ถึงไม่มีพี่ฉันก็ไม่โง่ ไปเอาคนอย่างแกเป็นแฟนหรอก

ผมรีบตอบแทนพี่อึนเฮด้วยความโมโห….แบบที่ไม่เคยมาก่อน

 

“ อ่าวๆ พูดหมาๆอย่างนี้ก็เจอกันหน่อยเป็นไงไอ้เปี๊ยก!

“ หึ! ไอ้เปี๊ยกงั้นเหรอ-_-++ก็เอาสิ! กลัวที่ไหนไอ้หมีควาย ”

และแล้วมวยยกที่2ก็กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งระหว่างฝ่ายน้ำเงินไอ้เปี๊ยกทงเฮ ศิษย์แม่อึนยอง กับ ฝ่ายแดงไอ้หมีควาย ศิษย์ไม่มีครู แต่พี่อึนเฮก็เข้ามาเป็นกรรมการจำเป็นอีกครั้ง  และก่อนที่จะเกิดการปะทะกำปั้นกัน   ก็เป็นช่วงเวลาที่พ่อแม่ของพวกเรามาถึงและเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี   จึงได้เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย  ศึกมวยคู่เอกเลยต้องยุติลงเพียงเท่านี้   ผมกับพี่อึนเฮก็เลยโดนดุทั้งคู่  (แต่ผมไม่ผิดจริงๆนะ..โธ่เอ๊ย!)

และดูเหมือนว่าพี่อึนเฮจะแอบเคืองเล็กน้อย ผมก็พอจะรู้ว่าเป็นเพราะอะไรจะให้ทำไงได้   ตอนนั้นผมโมโหจนยั้งไม่อยู่จริงๆ ใครใช้ให้มันมาจี้ใจดำผมก่อนละ -3- หึหึ..ผมไม่ได้เตี้ยสักหน่อย ก็แค่สูงไม่เท่ามัน  ชิ!

 

“ พี่โกรธผมอยู่หรือเปล่า..เมื่อกี้ผมขอโทษนะ ที่ใจร้อนไปหน่อย”

“ ทีหลังนายก็อย่าทำแบบนี้อีกนะ มันอันตราย ถ้าพี่ไม่อยู่ตรงนั้นอะไรจะเกิดขึ้น  รู้มั้ยว่าพี่น่ะ..เป็นห่วงนายมากแค่ไหน

    ทงเฮแอบอมยิ้ม เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายที่อึนเฮพูดออกมา

 

“ ครับ ผมจะใจเย็นกว่านี้ จะไม่ทำให้พี่ต้องห่วง  เออ..     และผมสัญญาว่าต่อไปในอนาคต….ผมจะเป็นคนที่คอยปกป้อง       พี่อึนเฮ..จะไม่ให้พี่ต้องมาคอยปกป้องผม เพราะผมจะดูแลพี่เอง ”

 

                  คำพูดของทงเฮ ทำให้อึนเฮที่กำลังอารมณ์เสีย  กลับมายิ้มสดใสได้อีกครั้งมันเป็นรอยยิ้มที่ทงเฮชอบมองมากที่สุด     

แล้วทั้งสองก็จูงมือกันเดินชมวิวอย่างมีความสุข

อาวันนี้อากาศตอนเช้ามันช่างสดชื่นอะไรอย่างนี้นะ เมื่อคืนนี้ผมหลับอย่างมีความสุข..ก็เพราะตอนเที่ยงคืนนี้..พี่อึนเฮเข้ามากอดผมและอวยพรวันเกิดให้ผมเป็นคนแรก…>///<

 

ใช่แล้ววันนี้เป็นวันเกิดของผม นายลีทงเฮ อายุครบ13 ปีบริบูรณ์ แต่ผมอยากโตเร็วๆกว่านี้จังเห็นแม่บอกว่าวันนี้พวกเราจะไปฉลองกันที่ชายหาดฮามด็อค แต่ผมว่าชายหาดที่ไหนก็สู้ที่เมืองไทยไม่ได้  ว่าแล้วผมก็คิดถึงทะเลที่เมืองไทยจัง..

ริมชายหาดฮามด็อค..

 

“ ทงเฮ! มาช่วยพี่หาเปลือกหอยหน่อยสิ

อึนเฮร้องเรียกทงเฮอย่างกระตือรือร้นด้วยน้ำเสียงสดใส 

เธอกำลังวุ่นวายอยู่กับการก่อปราสาททรายหลังน้อยส่วนทงเฮก็เพิ่งจะเหนื่อยจากการไปกระโดดน้ำโต้คลื่น   เค้าเดินมานั่งข้างๆอึนเฮ   และมองดูเธอบรรจงสร้างปราสาททรายอย่างอารมณ์ดี

“ พี่อึนเฮจะมานั่งก่อปราสาทไปทำไม..เดี๋ยวสักพักคลื่นก็มาซัดมันพังทลายหมด  ผมว่าเหนื่อยเปล่าๆนะ ” ทงเฮถามด้วยความสงสัย

“ สนุกดีออกพี่ก็ไม่ได้คิดว่ามันจะคงทนถาวรสักหน่อย เดี๋ยวไม่นานน้ำทะเลก็พาทรายกลับสู่ที่ของมันแต่สิ่งที่เราทำลงไป ยังไงมันก็เคยเกิดขึ้นจริงๆ อย่างน้อยมันก็จะกลายเป็นความทรงจำของเราตลอดไป ”

 

คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของอึนเฮ..มันเหมือนซึมลึกเข้าไปในสมองของทงเฮ  ทำให้ทงเฮกระตือรือร้นที่จะเก็บเปลือกหอยมาช่วยอึนเฮตกแต่งปราสาททรายให้งดงามเมื่อทำเสร็จทั้งสองก็นั่งมองชื่นชมมันด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความสุข….แล้วก็เป็นอึนเฮที่กล่าวขึ้นมาก่อน

 

“ ทงเฮ! พี่มีอะไรอยากจะถามนายตั้งนานละ แต่เพิ่งจะนึกออก ”

“ สงสัยอะไรเหรอฮะ? ถามได้นะสำหรับพี่ผมยินดีตอบเสมอ ”

“ อืม..ทำไมนายถึงชื่อ ทงเฮ ที่แปลว่า ทะเลตะวันออก ด้วยละ ”

“ อ๋อ..เรื่องแค่นี้เอง  ก็เป็นเพราะบ้านเกิดของพ่ออยู่ที่มกโพ      และผมก็เกิดที่มกโพ  พ่อชอบทะเลมากๆท่านเลยตั้งชื่อผมแบบนี้  ความจริงผมเป็นลูกเสี้ยว เกาหลี-ไทย และตอนเด็กๆผมก็อาศัยอยู่กับคุณตาคุณยายที่เมืองไทย และที่นั่นก็มีทะเลที่สวยงามมากๆ พี่คงยังไม่เคยไป เอาไว้ผมจะพาพี่ไปนะ  เออ..ผมลืมบอกไป ตอนอยู่ที่เมืองไทยผมมีชื่อเล่นอีกชื่อนึงด้วย..  คุณยายเป็นคนตั้งให้ ”

“ ชื่ออะไรเหรอ? ”  อึนเฮถามด้วยแววตาสนใจอยากจะรู้

SEA ซี ที่แปลว่า ทะเล ”

“ อา..ชื่อน่ารักดีเหมาะกับนายมากเลยนะ ”

“ จริงสิแล้วชื่อของพี่ละฮะแปลว่าอะไรเหรอ?

“ แม่เคยบอกว่า อึนเฮ แปลว่า แสงสะท้อนจากท้องทะเล ”

“ อืมชื่อของพี่กับผมต่างก็มีความหมายเกี่ยวกับทะเลเหมือนกันเลยนะฮ่าๆๆๆ ”

“ นั่นสินะ อ๊ะ!พี่เกือบลืมเอาของขวัญวันเกิดให้นายไปซะสนิท ”

 

                พอนึกได้ดังนั้นอึนเฮก็รีบล้วงหาของสิ่งหนึ่งจากกระเป๋าสะพายข้างใบจิ๋วของเธอ

 

“ อ๊ะ! เจอแล้วๆ ทงเฮแบบมือออกหน่อยสิพี่มีอะไรจะให้นาย ”

 

                   ทงเฮทำตามที่เธอบอกอย่างว่าง่ายเพราะเค้าเองก็อยากรู้ว่ามันคืออะไรเช่นกัน   และของสิ่งนั้นที่ปรากฏในมือของทงเฮ ก็คือพวงกุญแจที่ห้อยรูปปลาการ์ตูนนีโม่สีส้มสลับขาวตัวเล็กๆน่ารัก ที่รู้สึกจะถูกใจผู้รับอย่างทงเฮเป็นที่สุดเพราะเมื่อเค้าเห็นเจ้านีโม่น้อย..เค้าก็ยิ้มออกทันที..

 

“ ขอบคุณฮะพี่อึนเฮมันน่ารักมากๆเลยละ ผมชอบมันนะ  ว่าแต่ทำไมพี่ถึงเลือกเจ้าปลานีโม่ให้ผมละฮะ? ”

 

ทงเฮถามขึ้นด้วยความสงสัยก่อนที่อึนเฮจะยิ้มแล้วให้คำเฉลย..

 

“ ก็เพราะเจ้าปลานีโม่เป็นปลาการ์ตูนที่น่ารักเหมือนนายไงและมันก็เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในท้องทะเลเหมือนชื่อของนาย

 

คำเฉลยของอึนเฮทำให้ทงเฮยิ้มกว้างอย่างพอใจ

 

“ ผมจะเก็บรักษาเจ้านีโม่ที่พี่ให้..ไว้อย่างดี ให้มันอยู่กับผมตลอดไป

 

อึนเฮยิ้มอย่างดีใจที่ได้ยินทงเฮพูดเช่นนั้น

 

“ พรุ่งนี้เช้าพวกเราก็ต้องกลับไปโซลกันแล้วสินะ พี่ยังไม่อยากกลับเลย แล้วนายละ ”

“ ผมก็เหมือนกัน..ถ้าพี่กลับไปต่างประเทศ ผมก็คงคิดถึงพี่มาก”

“ อยู่ที่โน้นพี่ก็ต้องกลับไปเรียนที่โรงเรียนประจำ  ชีวิตเด็กหออย่างพี่..ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนเหมือนเด็กทั่วไปและพี่ก็คงติดต่อกับนายลำบากแต่แม่เคยให้สัญญากับพี่ว่า..ถ้าพี่เรียนจบไฮสคูลเมื่อไหร่ท่านจะให้พี่เลือกเรียนต่อได้ตามใจ..

“ แล้วพี่จะเรียนต่อที่ไหนเหรอ? ” ทงเฮถามขึ้นด้วยความอยากรู้

“ พี่ว่า..พี่จะกลับมาเรียนต่อที่โซลไว้ถึงตอนนั้นเราสองคนคงได้เจอกันแน่ๆ..ว่าแต่นายเถอะ นานขนาดนั้นคงลืมพี่ไปแล้วละมั้ง

 

                   อึนเฮแกล้งพูดแหย่ทงเฮเล่น แต่ทงเฮรีบตอบกลับด้วยท่าทางจริงจังและหนักแน่นจนอึนเฮรู้สึกได้

 

 ไม่มีทาง..ผมไม่มีทางลืมพี่อึนเฮได้หรอก     ผมจะรอพี่ พี่ต้องสัญญาว่าจะกลับมาเรียนต่อที่โซลจริงๆ นะ ”

“ อืม..สัญญาต่อหน้าเจ้านีโม่น้อยตัวนี้เลยก็ได้

คำพูดติดตลกของอึนเฮทำเอาคนทั้งคู่หัวเราะออกมาแทบจะพร้อมกัน

                   นั่นคือความทรงจำในวันวานระหว่างผมกับพี่อึนเฮแต่มันก็ผ่านมานานมาแล้ว  5 ปี แล้วสินะ ที่ผมเฝ้านับวันรอการกลับมาของพี่พี่ครับเมื่อไหร่จะกลับมาโซลตามสัญญา หรือว่าพี่ลืมมันไปแล้วถ้าพี่ลืมมันไปจริงๆละก็ ผมคง...ไม่ต่างอะไรกับปลานีโม่ขาดน้ำ T-T